วันพุธที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

680. Tachycardia/physiologic change of pregnancy

หญิง 25 ปี ตั้งครรภ์  36 wks. ไม่มีโรคประจำตัว พบหัวใจเต้นเร็ว 100 - 110 BPM, ตรวจร่างกายไม่พบความผิดปกติอื่นๆ, CBC+TFT + CXR + Echocardiography: ไม่พบสาเหตุของภาวะดังกล่าว, จะอธิบายสาเหตุจากอะไรดี

ตลอดการตั้งครรภ์จะมีปริมาณเลือดเพิ่มได้มากถึง 45-50% ทำให้มี cardiac output เพิ่มขึ้นอาจมากถึง 40% โดยจะสูงสุดในช่วง 20-24 สัปดาห์ของการตั้งครรภ์และจะอยู่ต่อเนื่องจนกระทั่งครบกำหนดคลอด 
Cardiac Output จะมีค่า = Heart Rate x Stroke Volume
ดังนั้นการที่ cardiac output เพิ่มก็เนื่องมาจากการมี HR และ stroke volume เพิ่ม และถ้าต้ดสาเหตุอื่นๆออกไปหลังจากได้ W/U แล้ว ก็น่าจะคิดถึง Physiologic change of pregnancy

2 ความคิดเห็น:

  1. แล้วอย่างนี้เวลาผู้หญิงตั้งครรภ์นั้น
    ที่เคยได้ยินเค้าบอกว่าให้กินอาหารที่มีแคลเซียมเยอะ

    แล้วอย่างถ้าจะบำรุงเลือด
    ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ควรกินอาหารประเภทไหนเพื่อบำรุงเลือดเป็นพิเศษหรือเปล่าครับ หรือว่ากินอาหารพวกนี้แล้วมีผลกระทบอะไรกับหญิงที่ตั้งครรภ์หรือไม่

    ขอบพระคุณมากๆครับ

    ตอบกลับลบ
  2. Phimaimedicine1/8/53 19:30

    ตอบนะครับ
    ทั้งคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ต้องการแคลเซียมเพื่อเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรงสมบูรณ์ นอกจากนี้ แคลเซียมยังมีส่วนสำคัญต่อการทำงานของระบบกล้ามเนื้อ ระบบไหลเวียนโลหิต และระบบประสาทที่สมบูรณ์อีกด้วย
    การตั้งครรภ์ระยะนี้ [ช่วง 5-6 เดือน]ร่างกายของคุณแม่ต้องการแคลเซียมเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 50 หากคุณแม่ได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอจากการรับประทานอาหาร ลูกน้อยของคุณจะเริ่มดึงแคลเซียมจากกระดูกของคุณมาใช้ ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุนเมื่ออายุมากขึ้น
    อ่านเพิ่มครับ http://www.dumex.co.th/pregnancy/calendar_week_by_week/article/week_23

    สารอาหารบำรุงเลือด มีมากมายหลายอย่างอยู่เหมือนกันค่ะ แต่ละอย่างสำคัญกับแม่ท้องทั้งนั้น ในแง่ของการสร้างเม็ดเลือดและช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น ได้แก่สารอาหาร 1.เหล็ก 2.โฟเลต 3.วิตามินบีหก 4.วิตามินซี 5.ทองแดง 6.โปรตีน
    อ่านเพิ่มครับ ว่าสารอาหารแต่ละอย่างมีมากในอาหารชนิดใด
    http://www.momypedia.com/knowledge/pregnancy/detail.aspx?no=29532&title=6%20สารอาหารบำรุง%20‘เลือด’

    ตอบกลับลบ