วันพุธที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2555

2,039 ข้อควรทราบเรื่องการควมคุมระดับไขมันในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง

-ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังควรตรวจหาภาวะไขมันในเลือดผิดปกติทุกราย ซึ่งการตรวจหาภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ ประกอบไปด้วยการตรวจหา Total cholesterol, low density lipoprotein (LDL), high density lipoprotein (HDL) และ Triglycerides (TG) ควรงดอาหารอย่างน้อย 12 ชั่วโมงก่อนการเจาะเลือดวัดระดับไขมัน หรืออาจคำนวณได้จากสูตร
LDL = Cholesterol – HDL – (Triglyceride/5) โดยการตรวจระดับไขมันควรตรวจตั้งแต่แรกวินิจฉัยว่าเป็นโรคไตเรื้อรัง และตรวจซ้ำหลังจากนั้น2-3 เดือน เพื่อยืนยันค่าที่ตรวจครั้งแรก ต่อไปควรตรวจอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง แต่ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงการรักษาเช่น มีการปรับยาลดไขมัน หรือมีปัจจัยอื่นๆ ที่อาจมีผลกระทบต่อระดับไขมัน ควรตรวจถี่ขึ้นเป็นทุก 2-3 เดือน
-ควรค้นหาภาวะอื่นที่ทำให้มีภาวะไขมันสูง (secondary causes) เช่น nephrotic syndrome, hypothyroid, diabetes รวมถึงสาเหตุจากยา
-การรักษาภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังควรควบคุมให้มีระดับ LDL น้อยกว่าหรือ
เท่ากับ 100 mg/dL
-ในผู้ป่วยซึ่งมีโรคหลอดเลือดหัวใจหรือหลอดเลือดสมองควรควบคุมให้ระดับ LDLน้อยกว่า 70 mg/dL
และเลือกใช้ยาในกลุ่ม statins ตั้งแต่ต้น
-การใช้ยากลุ่ม statins ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง หรือใช้ยากลุ่ม statins ร่วมกับยากลุ่ม fibrates, nicotinic acid,
cyclosporin, ยาต้านเชื้อกลุ่ม azole, ยาแก้อักเสบกลุ่ม macrolides, protease inhibitors, non-dihydropyridine
calcium antagonist และ amiodarone มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงได้แก่ กลุ่มอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง
(myopathy) มากขึ้น จึงควรติดตามระดับ creatine kinase (CK)
-ถ้าผู้ป่วยมีอาการปวดกล้ามเนื้อร่วมกับมีระดับ CK เพิ่มขึ้นมากกว่า 10 เท่า จะต้องหยุดยากลุ่ม statin
ไว้ก่อน
-กรณีใช้ยา กลุ่ม statin, fibrates ไม่ได้ผลตามเป้าหมายให้ส่งปรึกษา endocrinologist

อ้างอิง คู่มือการจัดการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะเริ่มต้น

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น