วันพุธที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2553

467. Spirometry/restrictive and obstructive pulmonary disease [สืบเนื่องจาก post ที่ 461]

CXR นี้ถ้าตรวจโดย spirometry คิดว่าผลจะเป็นอย่าง
ไร [สืบเนื่องจาก post ที่ 461]

ผู้ป่วยมีทั้ง FVC และ FEV1 ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานจึงน่าจะมีทั้ง restrictive และ obstructive ตามลำดับ หรือแปลผลตามแผนภาพด้านล่าง

 FVC (Forced Vital Capacity)
เป็นจำนวนของอากาศที่วัดได้ เมื่อหายใจออกมา (หลังจากที่หายใจเข้าเต็มปอด) อย่างเร็ว และแรงเต็มที่จนสุด ผู้ที่มีปอดที่มีความยืดหยุ่นน้อยกว่าปกติ ก็จะวัดได้ค่าของ FVC น้อยกว่าปกติ โดยเทียบกับเกณฑ์มาตรฐาน แล้วได้ไม่ถึง 80 %
 FEV1 (Forced Expiratory Volume in One second)
เป็นจำนวนอากาศที่สามารถ “หายใจออกมาได้ใน 1 วินาที” เมื่อทำการหายใจอย่างเร็ว และแรงเต็มที่ (หลังจากการได้หายใจเข้าไปเต็มที่แล้ว) ผู้ที่มีหลอดลมอุดกั้น เช่น เป็นหืด หลอดลมอักเสบเรื้อรัง จะมีค่า FEV1 ต่ำกว่าปกติ เพราะ ไม่สามารถหายใจเอาอากาศออกมาได้เหมือนปกติ ทำให้ค่าที่วัดได้ไม่ถึง 80 % ของเกณฑ์มาตรฐาน
 1. Obstructive
หมายถึง มีการอุดกั้นของหลอดลม เช่น ในผู้ที่เป็นโรคหืด โรคถุงลมโป่งพองจากการสูบบุหรี่ โรคหลอดลมอักสบเรื้อรัง กลุ่มนี้จะตรวจพบค่า FEV1 / FVC ต่ำกว่า 70 % โดยค่า FVC จะปกติ
2. Restrictive
หมายถึง ความยืดหยุ่นของปอดลดลง ทำให้ความจุของปอดลดลง เช่น ผู้ที่มีโรคของเนื้อปอด ผู้ที่โครงสร้างกล้ามเนื้อ หรือกระดูกที่ช่วยในการหายใจผิดปกติ กลุ่มนี้จะมีค่า FVC เมื่อเทียบกับมาตรฐานต่ำกว่า 80 % แต่ค่า FEV1 / FVC จะมากกว่า 70 %
3. Combine หมายถึง ผู้ที่ตรวจพบมีความผิดปกติทั้ง 2 อย่างร่วมกัน


เพิ่มเติม: Restrictive pulmonary disease FVC, FEV1 ลด แต่ %FEV1/ FVC อาจจะปกติหรือสูงก็ได้
http://www.calintertrade.co.th/blog/?p=166
http://www.slideshare.net/s3644/nl-rs-by

6 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ26/9/53 16:15

    อยากทราบว่าเกณฑ์ มาตรฐาน ของ vital capacity คือเท่าไหร่ครับ 80เปอเซนจากอะไรครับ

    ตอบกลับลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ26/9/53 16:31

    แล้วก็ VO2max ด้วยครับ มันปกติเท่าไหร่ ยังไง คือผมหาข้อมูลมาประมาณสาม ชม กว่าแล้ว ไม่เจอ ถ้ามีข้อมูล ขอบคุณมากครับ

    ตอบกลับลบ
  3. Phimaimedicine26/9/53 16:57

    ลองอ่านตาม Link นี้น่าจะมีคำตอบนะครับhttp://www.occmednop.org/document/BookSpirometry.pdf

    ตอบกลับลบ
  4. Phimaimedicine26/9/53 19:28

    -VC(Vital Capacity) คือ ปริมาตรของอากาศที่เป่าออกมาได้มากที่สุด หลังจากหายใจเข้า อย่างเต็มที่ โดยเปรียบเทียบกับค่าคาดคะเนของคนปกติที่มีความสูง อายุ เพศ และเชื้อชาติเดียวกัน โดยค่าปกติจะมากกว่า 80%
    -Maximum Oxygen Consumtion(VO2max)คือปริมาณก๊าซออกซิเจนสูงสุดที่ร่างกายใช้ไปในเวลา 1 นาที ในภาวะที่ร่างกายออกกำลังจนถึงจุดที่อัตราการใช้ออกซิเจนสูงสุด
    สามารถคำนวนจากสูตรปริมาณออกซิเจนที่ใช้ทั้งหมดใน1นาทีหารด้วยน้ำหนักตัว โดยใช้หน้ากากออกซิเจนครอบจมูกแล้วให้ปั่นหรืือออกกำลังกายให้หนักที่สุดเท่าที่สามารถทำได้ แล้ววัดปริมาณออกซิเจนที่ใช้ในช่วงเวลาดังกล่าวว่ากีลิตรและก็เอามาเข้าสูตรคำนวน

    ตอบกลับลบ
  5. ไม่ระบุชื่อ26/9/53 20:37

    คือผมีโจทย์มาว่า ช คนหนึ่ง อายุ สามสิบ ส่วนสูง 160 นำหนัก 65 ทำงานตั้งแต่เวลา แปดโมงครึ่งถึง สี่โมงครึ่ง และต่อล่วงเวลาอาทิตละ2วัน ตั้งแต่สี่โมงครึ่งถึงหกโมงครึ่ง ออกกำลังกายเฉลี่ยเดือนละ 1ถึง2ครั้ง ครั้งละประมาณยี่สิบถึงสามสิบนาที ผลการตรวจสุขภาพประจำปี และผลการทดสอบสมรรถภาพทางกายเป็นดังนี้ Hct=39%pulse rate=90ครั้ง/นาที ความดันโลหิต =130/80 mmHg Blood sugar=100mg/dl LDL=180mg/dl Triglyceride=250mg/dl HDL=30 mg/dl vital capacity=1200มล. Vo2max=25 ml/kg/min 1RM bench press=50 kg 1Rm leg press=90kg flexibility =-5 cm.

    ตอบกลับลบ
  6. ไม่ระบุชื่อ26/9/53 20:42

    แพทแนะนำให้ออกกำลังกาย แต่ไม่ได้บอกให้ทำอย่างไร เขาก้ไปฟิตเนสเซนเตอ ช่วงสองสัปดาห์รแรก ไปออกกำลังกาย สองถึงสามครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละยี่สิบถึงสามสิบนาที ด้วยการวิ่ง เฉลี่ยชีพจรระหว่างการวิ่ง มีค่าประมาณ 160 ครั้งต่อนาที นน.ตัวภายหลังออกกกำลังกาย แต่ละครั้งลดลง ประมาณ1กก. แต่เมื่อชั่ง นน. ในวันถัดๆมา พบว่า นน.ตัวคงที่เท่าเดิม สองสัปดาหลังเขาก็เลย ออกำลังกายลดลง และก็เลิกออก
    1. ระบุความเสี่ยง แนวทางป้องกันและแก้ไขจากความเสี่ยงดังกล่าว
    2.อธิบายกลไกการตอบสนองทางสรีรวิทยาของระบบต่างๆที่เกี่ยวข้อง

    ตอบกลับลบ