วันพฤหัสบดีที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2555

1,673 A patient with asthma seeks medical advice in 1828, 1928, and 2012

Review article
200th anniversary article
N Engl J Med   March 1, 2012

บทความนี้เป็นกรณีผู้ป่วย 3 กรณี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ว่าโรคหอบหืดมิได้มีการเปลี่ยนแปลงในช่วง 2 ศตวรรษที่ผ่านมา แต่พบว่ามีความก้าวหน้าอย่างมากในการที่จะระบุผู้ป่วยโรคหอบหืดและมีความเข้าใจพื้นฐานทางด้านชีววิทยาและการรักษามากขึ้น ความก้าวหน้ายังรวมถึงการตรวจเพื่อการวินิจฉัย ซึ่งทำให้การตรวจการทำงานของปอดมีความถูกต้องสูงและและสามารถทำการตรวจซ้ำได้ นอกจากนั้นสามารถที่จะวัดการตอบสนองของปอดจากการกระตุ้นด้วยสิ่งต่างๆ และสามารถบอกถึงสิ่งที่บ่งบอกถึงความรุนแรงของโรคนอกเหนือจากประวัติของผู้ป่วย เราได้รับรู้ว่าการตอบสนองของการแพ้มักจะนำไปสู่อาการของโรคหอบหืดที่เป็นแบบเรื้อรังยาวนานและการเกิดอาการแบบกำเริบเฉียบพลัน โดยที่ความสัมพันธ์นี้ก็ได้รับการเน้นย้ำ ปัจจุบันนี้ได้มุ่งความสนใจไปที่ผลกระทบที่เกิดจากการตอบสนองทางระบบความคุ้มกันของผู้ป่วย โดยเราเชื่อว่ากระบวนการอักเสบในทางเดินหายใจมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งในโรคหอบหืด แต่ลักษณะทางธรรมชาติที่แท้จริงของกระบวนการอักเสบยังไม่เป็นที่ทราบอย่างชัดเจน
จากความรู้ที่ว่าหอบหืดสามารถถ่ายทอดได้ในครอบครัวหรือกรรมพันธุ์ ได้กลายเป็นพื้นฐานสำหรับการศึกษาที่มีความซับซ้อนของพันธุกรรมในโรคหอบหืด แต่ลักษณะทางพันธุกรรมดังกล่าวมีไม่มากนักที่สามารถอธิบายได้ด้วยยีนทั้งหมดที่เราสามารถแยกได้ ณ. ปัจจุบัน ถึงแม้ว่าความก้าวหน้าทั้งหมดจะประสบความสำเร็จในช่วง 2 ศตวรรษที่ผ่านมา แต่เรายังคงไม่เข้าใจสาเหตุพื้นฐานของโรคหอบหืด จึงทำให้การรักษาไม่สามารถพุ่งตรงไปที่กลไลของโรคได้ ทำให้โรคหอบหืดไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ การให้ยาเป็นเพียงการลดอาการและช่วยทำให้การทำงานของปอดดีขึ้นและลดความรุนแรงของการตอบสนองของทางเดินหายใจ แต่ไม่ได้ป้องกันการเกิดการกำเริบ และสิ่งที่ต้องการมากที่สุดคือการป้องกันหอบหืดตั้งแต่ยังไม่เกิดโรค (primary prevention) จึงเป็นสิ่งที่ยังไม่สามารถทำให้เกิดขึ้นได้จริง

อ่านต่อ http://www.nejm.org/doi/full/10.1056/NEJMra1102783

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น