วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2552

27. ข้อควรทราบเรื่องการให้ potassium supplement

•โดยทั่วไป serum potassium จะลดลง 0.3 mmol/L [mEq/L]ถ้ามีการลดลงของ potassium ในร่างกาย 100 mmol หรือบางตำรากล่าวว่าถ้าลดลง 1 mmol/L จะมีการขาด 200 - 400 mmol ซึ่งเรานำความรู้ตรงนี้มาคำนวณการให้ potassium [ ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวในการคำนวณ]

•โดยส่วนใหญ่พบว่ากรณีรีบด่วนที่ต้องรีบแก้ไขพบน้อย การให้มักให้โดยใช้ระดับต่ำของที่ควรจะได้ [ lower end ] ควรให้โดยการรับประทาน เน้นมากเลยว่าถ้าไม่จำเป็นหรือ ไม่มี life threatening, GI function ดี ไม่ควรให้ทาง IV การให้ทางการรับประทานจะปลอดภัยกว่า เพราะโปตัสเซียมจะเข้าสู่ระบบใหลเวียนโลหิตอย่างช้าๆ แต่ถ้ามีการขาดรุนแรงอาจจะให้ในขนาดปานกลางของที่คำนวนได้โดยใช้เวลาแก้เป็นวันถึงสัปดาห์จนเข้าสู่ระดับปกติ [ K ที่มากกว่า 2.5 สามารถแก้โดยการรับประทานได้ ]

• ถ้าจำเป็นต้องการให้ทาง IV ไม่ควรให้เกิน 20 mmol/hr และควรติด monitor EKG เฝ้าระวังการเกิด arrhythmia ติดตามระดับ K เป็นระยะๆ ควรระวังการให้ K supplement อย่างมากในผู้ป่วยที่มี impaired renal function รวมทั้งควรใช้ Infusion pump ในการให้เพื่อป้องการความผิดพลาดระหว่างการให้

• แต่ในกรณี life threatening, unstable arrhythmia, severe paralysis สามารถให้ได้ถึง 2 mmol/min ใน 10 นาทีแรก ตามด้วย 10 mmol ใน 5-10 นาทีต่อมา และควรให้ Magnesium 1-2 grams ใน 15 นาทีไปเลยหลังจากให้ K โดยไม่ต้องรอผล serum magnesium (8 mEq ของ elemental Mg = 1 gram of MgSO4)

• Peripheral vein ไม่ควรให้ความเข้มข้นเกิน 40 mmol/L ส่วน Central vein ไม่ควรให้ความเข้มข้นเกิน 60 mmol/L

• ควรผสมใน Normal saline เพราะถ้าให้ในสารน้ำที่มีน้ำตาลจะทำให้ K shift กับเข้า cell

•ในกรณีให้เพื่อ supplemen, KCl ที่ต้องให้ในแต่ละวันประมาณ 40 -100 mmol เพื่อให้ potassium อยู่ในระดับปกติ เช่น ในผู้ป่วยที่รับประทานยาขับปัสสาวะและมี hypokalemia, หรือยังมี ongoing loss ระหว่างรอให้การรักษาสาเหตุ


เรียบเรียงจาก 
NEJM, Harrison 's internal medicine, Review Articles/บทฟื้นฟูวิชาการ: ภาวะฉุกเฉินของความผิดปกติของเกลือแร่ในร่างกาย สมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น