วันศุกร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

535. HIV drug resistance

จาก post ที่ 534 ในผู้ป่วย Human immunodeficiency virus infection จะสามารถทราบได้อย่างไรว่ามีการดื้อต่อยาต้านไวรัสที่ใช้อยู่
แม้ว่าผู้ที่ได้รับยาต้านเอชไอวีที่เหมาะสมในการศึกษาส่วนใหญ่สามารถควบคุมระดับไวรัส(HIV-RNA)ได้นาน3-6ปี แต่สามารถพบความล้มเหลวจากการใช้ยาต้านเอชไอวีได้ในผู้ป่วยทั่วไป
ความล้มเหลวของการรักษาด้วยยาต้านเอชไอวี คือ การตอบสนองต่อยาต้านเอชไอวีในระดับที่ไม่เหมาะสม ทั้งในด้านเชื้อเอชไอวี(virologic failure) ภูมิคุ้มกัน(immunologic failure) หรืออาการแสดงทางคลีนิก(clinical progression)
สาเหตุของการรักษาล้มเหลว ได้แก่ ระดับไวรัสก่อนการรักษามีค่าสูงมาก ระดับCD4ก่อนการรักษามีค่าต่ำมาก การเกิดเชื้อดื้อยา การไม่ให้ความร่วมมือในการใช้ยา การไม่ทานยาตามเวลา อาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา การมีคุณสมบัติทางเภสัชจลนศาสตร์ไม่เหมาะสม(การดูดซึม การเปลี่ยนแปลงยา การเข้าถึงยาในบริเวณที่มีการติดเชื้อ ปฏิกิริยากับอาหารและยาอื่น) หรือ การเลือกใช้สูตรยาที่่มีประสิทธิภาพต่ำ
Virologic failure คือ การควบคุมจำนวนของเชื้อเอชไอวีได้ไม่สมบูรณ์(incomplete virologic response) หรือ การเกิดvirologic rebound
Incomplete virologic response หมายถึง การตรวจวัดระดับVLได้มากกว่า50copies/mlที่6เดือนของการรักษา อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ที่มีระดับVLก่อนการรักษามีค่าสูงมากอาจใช้ระยะเวลานานกว่าปกติในการลดจำนวนไวรัสให้ได้ต่ำกว่า50copies/ml
Virologic rebound หมายถึง การมีระดับVLต่ำกว่า50copies/ml แล้วกลับมีระดับVLเพิ่มขึ้นจนตรวจวัดได้ติดต่อกันอย่างน้อย2ครั้ง
Immunologic failure หมายถึง การที่ระดับCD4ไม่สามารถเพิ่มจำนวนขึ้นจากค่าก่อนเริ่มการรักษาได้25-50cells/mlภายในปีแรกของการรักษา หรือ การที่มีระดับCD4ลดลงจากค่าเริ่มต้น
โดยทั่วไป ผู้ป่วยที่เริ่มรับการรักษาด้วยยาต้าน จะมีระดับCD4เพิ่มขึ้นจากค่าเริ่มต้นประมาณ150cells/mlในปีแรกของการรักษา อย่างไรก็ตามผู้ที่มีระดับCD4ก่อนการรักษาต่ำกว่า50cells/mlจะมีการเพิ่มจำนวนCD4ได้ช้ากว่าผู้ที่มีค่าเริ่มต้นของCD4สูงกว่า50cells/ml
นอกจากนี้พบว่าการมีระดับCD4กลับสู่ค่าก่อนเริ่มการรักษามักเกิดขึ้นประมาณ3ปีหลังจากมีvirologic failureในผู้ที่ได้รับยาสูตรเดิมอย่างต่อเนื่อง
Clinical progression หมายถึง การเกิดโรคติดเชื้อฉวยโอกาสใหม่หรือเกิดโรคซ้ำหลังจากการได้รับยาต้านอย่างน้อย3เดือน โดยอาการที่แสดงต้องไม่ใช่immune reconstitution inflammatory syndrome(IRIS)
Virologic failure,Immunologic failure,และClinical progression สามารถเกิดขึ้นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือเกิดร่วมกันก็ได้
โดยทั่วไป virologic failure จะเกิดขึ้นก่อน ตามด้วย immunologic failure แล้วจึงตามด้วย clinical progression ตามลำดับ ซึ่งความล้มเหลวแต่ละชนิดอาจเกิดห่างกันเป็นเดือนหรือเป็นปีก็ได้

โดยคำแนะนำส่วนใหญ่ถ้า VL > 1,000 copies/ml ให้ส่งตรวจดูการดื้อยา

http://pha.narak.com/topic.php?No=42179

2 ความคิดเห็น:

  1. ชลัญธร29/5/53 09:27

    ดูจากViral load ได้มั๊ย ถ้าค่าเกิน 2000 น่าจะมีการดื้อยา
    จากพยาบาล ผู้มีความรู้อันน้อยนิดเรื่อง HIV

    ตอบกลับลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ29/5/53 12:40

    ส่ง genotyping assay ครับ

    ตอบกลับลบ